เป็นข่าวดังพอสมควรเลยทีเดียวกับค่ายอินดี้ Chucklefish ที่วางจำหน่าย Wargroove ในเดือนที่ผ่านมา ที่สามารถขายก๊อปปี้เกมได้จนได้ค่าพัฒนาเกมครบเรียบร้อยภายใน 1 อาทิตย์ จากแฟลตฟอร์มที่หลากหลายอย่าง PC (stem) ,Nintendo Switch ,Xbox ,PS4(ในอนาคต) นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยสำหรับค่ายเกมอินดี้ที่จะสามารถขายก๊อปปี้เกมจนได้รับค่าพัฒนาครบภายใน 1 อาทิตย์ และจากกระแสปากต่อปากทำให้ Wargroove ยังคงแรงไม่หยุดจนถึงตอนนี้

 

Wargroove เป็นเกมแนว Turn-based tactics ที่ได้แรงบันดาลใจจากเกม Advance War จากเกมวางแผน Tactics ที่โด่งดังที่สุดจากเครื่อง Game boy Advance ซึ่งตัวเกม Wargroove นั้นได้ทำการพัฒนาทั้งภาพ คัทซีน อนิเมชั่นเปิดตัว สกิลพิเศษของตัวละครฮีโร่ ยูนิตที่หลากหลาย เนื้อเรื่อง เผ่าพันธ์ที่มากขึ้น แผนที่ AI ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น (โดยเฉพาะ AI เกมนี้ ถูกปรับจนถึงขั้นโหดเลย ถ้าเลือกโหมด Hard) โหมดใหม่ที่มีให้เล่นมากกว่า เนื้อเรื่อง Campaign ที่ยาวกว่า 50 ชม. แถมด้วยโหมด Co-op online ที่สามารถตั้งห้องเล่นกับเพื่อนหรือคนอื่นๆออนไลน์ได้พร้อมกันถึง 4 คน แถมด้วยระบบสร้างด่าน สร้างเนื้อเรื่อง Campaign เอง!! ซึ่งสามารถนำมาแชร์ให้คนอื่นได้เล่น หรือโหลดของคนอื่นมาเล่นได้ เสมือนซื้อเกมเดียวได้มากกว่า 10 เกม!  ซึ่งตอนนี้ขายในราคาเพียง 289 บาทเท่านั้นใน Steam (ถ้าซื้อของ Nintendo Switch จะราวๆ 600 บาท)

 

Advance war สมัยเครื่อง Game Boy Advance

 

Wargroove ผู้สืบทอด Advance war ล่าสุด

 

โหมดการเล่นของ Wargroove จะแบ่งออกเป็น 3 โหมดได้แก่

  1. โหมด Campaign : โหมดนี้จะเป็นโหมดเนื้อเรื่องหลักของเกม โดยเริ่มแรกให้เล่นโหมดนี้ก่อนเพื่อปลดล็อค โหมดอื่นๆ และฮีโร่ตัวอื่นมาให้ใช้ในโหมดอื่นด้วย
  2. โหมด Arcade : โหมดการเล่นแบบเลือกเล่นเนื้อเรื่องยูนิต Commander หรือยูนิตฮีโร่ ที่ปลดล็อคจาก Campaign ซึ่งต้องเอาชนะให้ได้ 6 ด่านรวดเท่านั้น นับว่าเป็นโหมด Challenge อย่างหนึ่งเลย
  3. โหมด Puzzle : โหมดการแก้ปริศนา ซึ่งตัวเกมจะกำหนดโจทย์มาให้เอาชนะในทรัพยากรที่มีจำกัด ผู้เล่นต้องหาทางแก้ปริศนาในเกมเอาชนะในแต่ละด่านให้ได้

 

การเล่น Wargroove นั้น จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่กำลังพลแต่จะเป็นการชิงพื้นที่ ชิงทรัพยากรกัน เนื่องจากตัวเกม strategy (กลยุทธ์) ล้วนๆ ไม่มี RPG เจือปน จึงไม่มีการเก็บ LV ให้กับยูนิตหรือฮีโร่  ดังนั้นเมื่อเริ่มเกมยูนิตทุกๆฝ่ายจะมีความสามารถเท่าเทียมกัน วัดผลแพ้ชนะจากการวางกลยุทธ์ล้วนๆ ไม่ว่าจาก การใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ การบุกยึดอาคารทรัพยากร มาใช้ยูนิตแพ้ทางกัน และการใช้ยูนิตฮีโร่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะบางพื้นที่เช่นภูเขา หรือป่า จะเพิ่มพลังป้องกันให้กองทัพได้

 

เคล็ดลับการเอาชนะในแต่ละด่านก็คือ การใช้ยูนิตที่ชนะทางโจมตีใส่ศัตรูก่อน ซึ่งการปะทะของเกมนี้ ฝ่ายโจมตีจะได้โจมตีก่อน และหากยูนิตนั้นบาดเจ็บจะทำให้โจมตีกลับเบาลง ดังนั้นฝ่ายโจมตีก่อนจะได้เปรียบมาก นอกจากนี้หากพบอาคารพวก หอคอย ค่ายทหาร หรือบ้าน เพื่อเพิ่มเงินในแต่ละเทิร์น แล้วสร้างยูนิตออกมาเป็นกำลังเสริม สำหรับบางยูนิตจำนวนรถยิงหินหรือรถยิงธนู สามารถโจมตีระยะไกลได้รุนแรงมาก แต่จะไม่สามารถเคลื่อนที่แล้วโจมตีได้ ต้องระวังในส่วนนี้ นอกจากนี้เราจะต้องสังเกตุตาเดินหรือช่องโจมตีของยูนิตศัตรูด้วย เพื่อที่จะไม่โดนโจมตีก่อน

 

ยูนิต Commander หรือยูนิตฮีโร่ และบางยูนิตนั้นจะมีสกิลอยู่ สามารถกดใช้ได้ที่เมนูคำสั่ง (สำหรับยูนิตฮีโร่จะต้องมีออร่าขึ้นมาก่อนจึงสามารถกดใช้สกิลได้)และบางสกิลต้องเสียเงินในการใช้ และบางสกิลจะช่วยฟื้นฟู HP หรือซัพพอร์ตช่วยให้เราเล่นง่ายขึ้นด้วย หรือเราสามารถนำยูนิตไปฟื้นฟูได้ที่อาคาร หอคอย หรือค่ายทหาร ซึ่งความทนทานของอาคารจะลดลงตามจำนนที่ฟื้นฟู แต่ว่าอาคารพวกนี้จะฟื้นฟูตัวเองได้เทิร์นละ 1 HP

 

และฟีเจอร์เด็ดสุดที่แนะนำไม่ได้ของ Wargroove ก็คือโหมด Multiplayer และ Custom Content ที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่นี้ โดยโหมด Multiplayer สามารถเล่นกับคนอื่นได้ทั้งแบบ Local (เล่นบนเครื่องเดียวกัน) หรือ Online ที่เล่นกับคนทั่วโลกข้ามแพตฟอร์มได้ (ยกเว้น PS4) และที่เด็ดสุดก็คือโหมด Custom Content ทีเปิดโอกาสให้เราสร้างเนื้อเรื่อง Campaign เอง รวมถึงสามารถอัพโหลดด่านของตัวเองและโหลดด่านของผู้เล่นคนอื่นที่อัพโหลดไว้ได้ด้วย

 

เนื่องจากเกมสามารถเปิดให้สร้างเนื้อเรื่องเองได้อิสระดังนั้นจึงมีคนทำเนื้อเรื่องเกมอื่นใส่เข้ามาในนี้ด้วยเอ้อ o_O! ยกตัวอย่างเช่น Fire Emblem ทั้งภาค 1 หรือภาคล่าสุดอย่าง Awakeing และ Shadow Dragon ก็ใส่เข้ามา  เกมรุ่นเก๋าอย่าง Advance Wars ก็มา หรืออย่าง Skyrim หรือแม้แต่ Game of Thrones ก็เอาก่ะเขาด้วย! เรียกได้ว่าซื้อ 1 เกม แต่ได้เกมแถมมาเป็นสิบ! แถมสร้างเนื้อเรื่องเองได้ด้วย

 

สรุปแล้ว  Wargroove ถือว่าเป็นเกมที่จัดเต็มมากๆทั้ง เนื้อเรื่องที่ฮาปนเศร้า เนื้อเรื่องคัตซีนที่ออกมาเป็นระยะๆ โหมดเนื้อเรื่อง โหมด Challenge ต่างๆ AI ที่ถูกพัฒนาให้ฉลาดมากขึ้นมีกลยุทธ์มากขึ้นซึ่งต่างจากเกมอื่นแค่ศัตรูเยอะหรือแข็งแกร่งขึ้นเฉยๆ รวมถึงฟีเจอร์ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพอย่าง Custom Content ที่สามารถทั้งสร้างหรือโหลด Content จากคนอื่นมาเล่นเปลี่ยนบรรยากาศ หรือเล่นเกมเก่าให้หายคิดถึงได้ แถมยังมีข่าวแว่วมาว่าผู้พัฒนากำลังเร่งพัฒนา DLC และฟีเจอร์อื่นๆตามมาอีกเพียบ อาจจะทำให้เกมนี้สร้างเนื้อเรื่องเกมให้อิสระยิ่งขึ้น ไม่แน่ว่าเราอาจจะเห็นเกมและหนังจากหลายๆเรื่องในเกมนี้ก็ได้ โดยเกมนี้ขายราคาเต็มอยู่ที่ 289 บาท  แต่รับรองความคุ้มค่าแน่นอน แค่ Campaign หลักก็ปาเข้าไป 50 ชม. + ด่านดาวโหลดอีก 20-30 ชม. คุ้มเวอร์ ใครที่ชอบเล่นเกมแนวนี้ บอกไว้เลย ของมันต้องมี!

ราคา : 289 บาท

 

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก .game-ded.com

อย่าลืมกดติดตาม https://goo.gl/gCzxsp

ข้อมูลเพิ่มเติม – https://www.justplay.in.th

Facebook
https://www.facebook.com/1justplay/

Facebook Comments